เดินจงกรม นั่งสมาธิ แต่ใจฟุ้ง ทำยังไง

ถาม เดินจงกรม นั่งสมาธิ แต่ใจฟุ้ง ทำยังไง

การปฏิบัติธรรม ให้รวมการเห็นความจริงของจิต ว่ามันฟุ้ง มันหลุด มันหมกมุ่น มันไหลไปกับนิวรณ์ด้วยนะ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า "ปฏิบัติ" + "ธรรม"

คือ ดูธรรมชาติของจิต ดูให้รู้เท่าทัน ไม่ใช่คิดแต่จะดูว่า "เมื่อไหร่จะสงบวะ!"

เมื่อสวดมนต์ ก็สวด หน้าที่ตอนนั้นคือสวด มันมีอย่างอื่นมั้ย เช่น สวดไปคิดเรื่องอื่นไป สวดไปใจก็แบ่งเวลาไปคิดถึงคนรัก คิดถึงทรวดทรง....

นั่นล่ะ!
รู้ให้ทัน
ละได้ก็ละ
ถ้าละแล้วมันยังไม่ไป ก็รู้ว่ามันยังไม่ไป
แค่คอยดูมัน

นั่งบนกองไฟนั่นแหละ อย่าไปใส่ความอยากให้มันดับจนร้อนใจ แค่นั่งดูมัน เดี๋ยวพอถึงท่อนที่เราคุ้นเคย ไฟมันก็หรี่ลง แล้วก็ดับของมันเอง

นั่นไง... ดับแล้ว


การที่รู้ทันว่าใจคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ นั่นแหละ คือ การเริ่มรู้ทันแล้ว! รู้ทันธรรมชาติของจิตที่ยังแกว่งอยู่ เมื่อรู้ ก็ค่อยๆ พากลับมา และพอรู้ทันบ่อยขึ้น ใจก็จะกลับบ้านได้เร็วขึ้น

อย่าไปท้ออะไรเลย แม้แต่อนาคามี ก่อนที่จะบรรลุอรหันต์ ก็ยังมีฟุ้งกระจาย ไม่นิ่งเหมือนกันนี่แหละ!!

ไม่ใช่ว่าเดินจงกรมแล้วต้องหายฟุ้ง… นั่งสมาธิวันนี้จะต้องนั่งได้นิ่ง เงียบ เรียบๆ จึงจะเรียกว่าวันนั้นฉันได้ปฏิบัติธรรม

เปล่า.... แนะนำให้มองว่า
ทุกๆ วัน ก็คือการ "ปฏิบัติ" + "ธรรม"
สติรู้เท่าทันความคิดและอารมณ์ตัวเอง

แต่ถ้าไปคิดว่า ต้องนั่งได้สงบ ต้องเดินไม่ฟุ้ง ถ้าคิดอย่างนี้
วันไหนเดินแล้วฟุ้งซ่าน นั่งแล้วฟุ้งซ่าน
ก็แสดงว่าวันนั้นไม่ก้าวหน้าอย่างนั้นหรือ
ลืมอะไรไปหรือเปล่า??

เพราะงั้น
ให้รวมช่วงเวลาที่เดินแล้วฟุ้ง
รวมช่วงที่เห็น "ความฟุ้ง" เข้าไปด้วย

นั่นแหละ
นั่งเล่นตุ๊กตาบนกองไฟอย่างมีสติ
รู้ตัว… ว่าอยู่บนกองไฟอย่างนั้นแหละ
ไม่ต้องทำอะไรกับมัน
เดี๋ยวสักพัก มันก็ดับเอง

แล้วไม่ต้องดีดนิ้ว
ตอนที่เห็นมันดับนะ