มรรคมีแปดอย่าง เราจะฝึกปฏิบัติกันอย่างไร
ถาม นิโรธ คือ การดับไปแห่งทุกข์ มรรค คือ ทางดับทุกข์ มรรคมีแปดอย่าง เราจะฝึกปฏิบัติกันอย่างไร ตัวผมปฏิบัติแบบเดิมมานานแล้ว นั่งสมาธิทุกวัน แล้วนิโรธ มรรคจะเกิดได้อย่างไร ผมไม่เข้าใจในสองคำนี้ตอบ
ขอเปรียบเทียบให้ง่ายที่สุด
เหมือนคิดจะไปเรียนอะไรให้สำเร็จสักอย่าง
จะให้สำเร็จได้ก็ต้องทำยังไง?
หนึ่ง ต้องอย่าเกเร ไม่หาเรื่องใส่ตัว ไม่ปัดๆ เป๋ๆ (ศีล)
สอง ต้องตั้งใจ (สมาธิ) อย่าให้นิวรณ์ หรือ Background Apps ดึงความสนใจไป
สาม เอาผล หรือสภาวะที่เกิดจากช่วงเวลาของการไม่เกเร (ศีล)
และผลของความตั้งมั่น (สมาธิ)
มาพัฒนาความรู้ (ปัญญา) ที่เป็นไปเพื่อให้ทุกข์ดับ
นั่นก็คือการสร้างเหตุให้สำเร็จผล
ไอ้ที่ว่ามา หนึ่ง สอง สาม นั่นก็คือ "มรรค"
ส่วน "ผล" นั่นก็คือ นิโรธ
นิโรธ คือ ปลายทาง สภาวะที่เหตุแห่งทุกข์ดับ
ดับถาวร
ทุกข์มันดับเพราะอะไรล่ะ
ถ้าไม่เกเร แล้วทุกข์ดับถาวรมั้ย
ถ้าตั้งมั่นๆ แล้วทุกข์ดับถาวรมั้ย
มันต้องมีปัญญาด้วย
ต้องรวมกัน ต้อง Assemble
หรือที่เรียกว่ามรรคสมังคี
ศีล สมาธิ ปัญญา
นั่นแหละคือ มรรค
มือพร้อม!
พลังในการกำดาบพร้อม!
เราก็จับดาบ แล้วแทงพรวดเข้าไป
นั่นแหละ
มันต้องมี "ปัญญา" เป็นตัวจบเกม
ไม่ใช่แค่ผลพลอยได้ที่รอให้เกิดเอง
ไม่ใช่ว่า เอ้า ทำศีล สมาธิ ไปเรื่อยๆ
แล้วปัญญาจะเกิดเอง
อย่างนี้มันเป็นการวางปัญญา
ไว้ในตำแหน่งของ "ผล" ที่ต้องรอ
แล้วเหตุให้เกิดปัญญาล่ะ?
ศีล เราเว้น อะ เว้นไป
สมาธิ เราทรงจิตให้ตั้งมั่น อะ ตั้งมั่น
เราสร้างเหตุทั้งนั้น
แต่ปัญญาล่ะ เราทำไมต้องรอ
ถ้า ศีล กับ สมาธิ เรายังต้อง "จงใจทำ"
อ้าว แล้วทำไม ปัญญา เราถึงไม่ "จงใจเดิน" บ้างล่ะ?
ลองเอะใจ ลองตั้งข้อสังเกต
ลองดูให้ดีๆ เหตุแห่งทุกข์คืออะไรกันแน่
มันจะได้กระตุกใจขึ้นมา หือ? จริงหรือ? ตกลงแล้วคือยังไง
นั่นล่ะ มันจึงจะได้ลับคมปัญญา
เหมือนกับเอา Quiz มาทดลองทำ
เอาปัญหาคณิตศาสตร์มาฝึกทำ
ไม่ใช่ว่านั่งรอให้ปัญญาเกิด
นี่ก็เลยกลายเป็นไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
ไปเข้าเรียน ป.ตรี ป.โท
ไปทุกคลาส ไม่เคยขาด ไม่เกเร เป็นเด็กดี แต่ไม่รู้อะไรเพิ่มขึ้นเลย จะเรียนจบมั้ย
ครูให้โจทย์มา แก้ปัญหาไม่ได้สักข้อ
การเรียน การศึกษา สิกขา ก็คือ การฝึกฝน อบรม สำรวจ ทำให้ชำนาญ และทำให้เกิด "การเปลี่ยนแปลง"
คือ To train, to practice, to discipline
ไม่ใช่ To stay still หรือ Not to practice
มันต้อง practice ให้เกิดทักษะด้วย ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
จะไปนั่งแช่นิ่งๆ ในห้อง นั่งเงียบๆ แอบอยู่หลังห้อง
ครูถาม ก็ไม่ตอบ แอบสงบเงียบ แอบกินขนม จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงมั้ย
ครูบอกว่า เธอ ถ้าจะออกจาก รร. นี้ได้ เธอจะต้องมีความรู้ มีปัญญานะ
แต่เราไม่ได้ปฏิบัติให้รู้เพิ่ม
แค่เว้นจากการเกเร (ศีล)
แค่สงบนิ่ง (สมาธิ)
แต่ตอบโจทย์อะไรไม่ได้เลย
ถามหน่อย... จะหลุดพ้นจากวัฏสงสารยังไง
ถ้าไม่คิดจะลืมตามามองให้เห็นธรรมชาติจริงๆ
คือ การจะสอบผ่านและจบการศึกษาออกจากโรงเรียนของพระพุทธเจ้า หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด
ครู (พระพุทธเจ้า) ไม่ได้ต้องการแค่เด็กที่นั่งนิ่งๆ ไม่สร้างปัญหา
แต่ต้องการเด็กที่มี "ความรู้และปัญญา" ที่จะตอบโจทย์ของชีวิตได้
พระพุทธเจ้าบอก จะหลุดพ้นมิใช่หรือ
ท่านก็กวักมือเรียก มาฟังนี่
คนฟังก็นั่งฟัง เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา แต่นั่งเรียบร้อยไม่เกเร
จะบรรลุมั้ย
อ้าว... เป้าหมายอยู่ที่ยุติวัฏสงสารไม่ใช่หรือ
ที่เราเรียนรู้คำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่เพื่อการนี้หรอกหรือ
ถ้าใช่ ก็แค่ "เลือก" ที่จะใช้ปัญญา
แล้วฝ่าออกไป ไม่ต้องรอถ้าหมดข้อสงสัยก็ไป
อย่าให้อิฐหินปูนทรายอะไรๆ มากั้น
หรือรั้งให้ขมวดคิ้ว
มีสติและจงใจเลือกเส้นทางแห่งปัญญา
เลือกที่จะรับรู้โลกด้วยจิตที่มีปัญญา
ว่ามันไม่เที่ยงตามที่ตัณหามันเรียกร้อง
แล้วดูว่ามันใช่มั้ยที่มันเหมือนถูกกรีดแทงที่ใจ
ที่มันเจ็บทั้งกายทั้งใจเนี่ย
เป็นเพราะอะไรกันแน่ลึกๆ
เพราะตัณหาหรือเปล่า
เพราะมีการยึด มีอุปาทานหรือเปล่า จริงๆ แล้ว
หรือจู่ๆ มันกรีดแทงแบบไม่มีสาเหตุเลย
เพราะเราดันมองข้ามเหตุนั้นไปหมด
เราแค่ลืมตาขึ้นมาเพื่อเห็นการรับรู้โลก
ว่าเรากำลังรับรู้โลกผ่านเลนซ์อวิชชาหรือเปล่า
ไม่ใช่ "รอ"
การเห็นแจ้งจริงๆ หรือการเห็นว่า...
"นี่คือกระแสเกิดดับ ไม่ใช่ก้อน"
มันต้องเห็นในขณะจิตปัจจุบัน
ไม่ใช่เห็นเมื่อกี้ หรือเห็นในอีกห้านาทีต่อไป
หรือเดี๋ยวไปรอเห็นตอนไปนั่งสมาธิ
แต่ตอนนี้ขออยู่ในภพชาติเพื่อขอด่าคนใกล้ตัวก่อน
มันต้องอาศัยการลืมตา และรู้เท่าทัน
หันความสนใจ อย่าไว
แล้วเข้าไปพิจารณาตรงๆ ในขณะที่มีเงื่อนไขพร้อม
ในขณะจิตปัจจุบัน
พระจึงสอนให้เจริญสตินั่นไง
นี่คือสิ่งที่ต้อง "เลือกทำ" ไม่ใช่ "นั่งรอ" ให้มันโผล่มาเอง
.... มันจะเอาอะไรมาโผล่ ถ้ายังเลือกที่จะปิดตาอยู่